สรุปจากทีมงาน

นี่คือรุ่นออริจินัลที่ทำให้ชื่อ SkyTrak ติดตลาดซิมกอล์ฟในบ้าน และแบรนด์ยังขายเป็นสินค้าใหม่อยู่ควบคู่กับ ST MAX โดยวางไว้เป็นจุดเริ่มต้นของไลน์ ไม่ใช่รุ่นตกรุ่น

กลไกของมันคือกล้อง photometric ล้วน ๆ — ถ่ายภาพลูกตอนปะทะและหลังออกตัว แล้วคำนวณออกมาเป็นข้อมูลลูกครบชุด ทั้ง ball speed, launch angle, back spin, side spin, descent angle, side angle และ shot shape จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือสเปคทางการของรุ่นนี้ ไม่มีข้อมูลไม้เลย ไม่มี club head speed ไม่มี club path ไม่มี face angle ซึ่งต่างจาก ST MAX ที่ใส่เรดาร์ Doppler คู่เข้ามาเพื่อเก็บส่วนนั้นโดยเฉพาะ

ข้อจำกัดข้อที่สองที่สำคัญกว่าราคา: สเปคทางการระบุการใช้งานเป็น “Indoor” อย่างเดียว ขณะที่ ST MAX ระบุ Indoor/Outdoor ถ้าคุณตั้งใจซื้อไปตีที่แท่นซ้อมกลางแจ้ง รุ่นนี้ไม่ใช่คำตอบ และเครื่องพกพาอย่าง Garmin Approach R10 หรือ Shot Scope LM1 เหมาะกว่าชัดเจน โซนวางลูกก็เล็กราว 2 × 2 นิ้ว เทียบกับราว 4 × 4 นิ้วของ ST MAX แปลว่าต้องวางลูกให้ตรงจุดกว่าเดิมมาก

สิ่งที่ยังทำให้รุ่นนี้น่าสนใจคือมันเข้าระบบซอฟต์แวร์และสมาชิกชุดเดียวกับรุ่นบน — เชื่อมผ่าน Wi-Fi hotspot ในตัวได้โดยไม่ต้องมีเราเตอร์ และมี Shot Optimizer ที่ให้ตี 20 ช็อตต่อไม้เพื่อหาระยะคาดหวัง แล้วให้ Shot Score เทียบกับผู้เล่นระดับต่าง ๆ ซึ่งเป็นวิธีวัดความคงเส้นคงวาที่ใช้งานได้จริงกว่าการดูตัวเลขทีละช็อต

ใครควรซื้อ: คนที่มีมุมตีในร่มอยู่แล้ว อยากเริ่มทำซิมกอล์ฟโดยจ่ายค่าตัวเครื่องต่ำที่สุดในไลน์ SkyTrak และยอมรับได้ว่าจะไม่มีข้อมูลไม้ ถ้าต้องการ face angle หรืออยากใช้กลางแจ้งด้วย ให้ข้ามไป ST MAX ตั้งแต่แรกจะคุ้มกว่าการซื้อรุ่นนี้แล้วอัปเกรดทีหลัง

เรื่องราคา: ร้านค้าทางการของ SkyTrak ตั้งราคารุ่นนี้ไว้ที่ 695 ดอลลาร์สหรัฐ โดยหน้าเดียวกันแสดงราคาปกติไว้ที่ 1,995 ดอลลาร์สหรัฐ (skytrakgolf.com · เราตรวจสอบ 29 กรกฎาคม 2026) หน้า International Partners ของแบรนด์ ณ วันที่ตรวจยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย เราจึงยังหาราคาขายอย่างเป็นทางการในไทยไม่ได้ และไม่ใส่ตัวเลขบาทไว้ จะอัปเดตเมื่อมีแหล่งที่อ้างอิงได้

เปิดเผยตามจริง: ลิงก์ซื้อเป็นลิงก์พันธมิตร หากสั่งผ่านลิงก์นี้เราอาจได้ค่าแนะนำเล็กน้อย โดยราคาที่คุณจ่ายเท่าเดิม

ข้อดี

  • จุดเข้าสู่ระบบซิมกอล์ฟของ SkyTrak ที่ถูกที่สุดในไลน์ปัจจุบัน และยังเป็นสินค้าใหม่ที่แบรนด์ขายอยู่
  • กล้อง photometric อ่านข้อมูลลูกครบชุด รวมถึง back spin, side spin และ shot shape
  • มี Wi-Fi hotspot ในตัว เชื่อมกับแท็บเล็ตหรือพีซีได้โดยไม่ต้องพึ่งเราเตอร์
  • Shot Optimizer ให้ตี 20 ช็อตต่อไม้เพื่อหาระยะคาดหวัง แล้วให้ Shot Score เทียบกับผู้เล่นระดับอื่น

ข้อควรพิจารณา

  • สเปคทางการระบุว่าใช้ในร่มเท่านั้น — ไม่ใช่เครื่องที่เอาไปแท่นซ้อมกลางแจ้ง
  • ไม่มีข้อมูลไม้เลย — สเปคทางการลิสต์เฉพาะข้อมูลลูก ไม่มี club head speed, club path หรือ face angle
  • โซนวางลูกเล็กราว 2 × 2 นิ้ว ต้องวางลูกให้ตรงจุด
  • ต้องสมัครสมาชิกจึงจะปลดล็อกฟีเจอร์เต็มในแอป (แถมทดลอง 14 วันเมื่อซื้อเครื่อง)
  • แบตราว 4 ชั่วโมง และ network mode รองรับ Wi-Fi 2.4GHz เท่านั้น

สเปคโดยสรุป

เทคโนโลยีกล้อง photometric
ใช้งานในร่ม (สเปคทางการระบุ Indoor)
ข้อมูลลูกCarry distance, total distance, ball speed, back spin, side spin, descent angle, side angle, launch angle, shot shape
ข้อมูลไม้ไม่มี — สเปคทางการลิสต์เฉพาะข้อมูลลูก
โซนวางลูกราว 2 × 2 นิ้ว (ราว 5 × 5 ซม.)
แบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ชาร์จซ้ำได้ ราว 4 ชั่วโมง
การเชื่อมต่อWi-Fi hotspot ในตัว (Direct Mode) และ network mode 2.4GHz
ขนาด6.875 × 5.75 × 2.5 นิ้ว (ราว 17.5 × 14.6 × 6.4 ซม.)
น้ำหนัก1.7 ปอนด์ (ราว 0.77 กก.)
ในกล่องตัวเครื่อง, สาย USB, คู่มือเริ่มต้นใช้งาน
ฟีเจอร์เด่นShot Optimizer — ตี 20 ช็อตต่อไม้เพื่อหาระยะคาดหวัง แล้วให้ Shot Score
ค่าสมาชิกต้องสมัครเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์เต็มในแอป (แถมทดลอง 14 วันเมื่อซื้อเครื่อง)
รับประกัน6 เดือน หรือ 25,000 ช็อต แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน